สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 8 อุดรธานี

Share
Hot news

Branch news : ข่าวสาขาเขตพื้นที่

ชี้แจงการจัดซื้อยา ตอนที่ 1 ?สปสช.จัดซื้อยาเพียง 4.9% ของมูลค่าการซื้อยาทั้งประเทศ?

มีกระแสใน Social Network ให้ข้อมูลไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดซื้อยารวมที่ สปสช.ดำเนินการอยู่
นี่คือการชี้แจงในนามสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

สปสช.จัดซื้อยาประมาณ 4.9% ของมูลค่าการซื้อยาทั้งประเทศเท่านั้น
4.9% ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการผูกขาดการซื้อยาทั้งประเทศ

เหตุผลความจำเป็นที่ สปสช.ต้องจัดหาในระดับประเทศ (Central procurement)

? ส่วนใหญ่เป็นยาต้นแบบ (original) นำเข้าจากต่างประเทศ มีผู้จำหน่ายรายเดียว (monopoly) หรือผู้จำหน่ายน้อยราย (oligopoly) และไม่มียาอื่นที่สามารถทดแทนกันได้ หากผู้ป่วยไม่ได้รับยาในเวลาที่เหมาะสม ย่อมทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

? ดังนั้นตลาดยากลุ่มนี้ จึงมีการผูกขาดหรือไม่มีการแข่งขัน/ตลาดเป็นของผู้ขาย หากให้แต่ละ รพ.ซื้อกันเอง ราคาจะแพงมากเพราะปริมาณการใช้น้อย ไม่มีอำนาจในการต่อรองราคา และราคายามีแนวโน้มปรับราคาขึ้นทุกปี รวมทั้งหน่วยบริการจัดหายาได้ในราคาที่แตกต่างกัน กำหนดราคาอ้างอิงหรือราคาเพื่อชดเชยเป็นเงินจึงทำได้ยาก

? ยาจำเป็นที่มีราคาแพงนี้ หากผู้ป่วยต้องจ่ายค่ายาด้วยตนเองจะเป็นภาระทางการเงินอย่างมาก หรือหากให้ รพ.จัดหาเองก็จะมีผลกระทบต่องบประมาณ รพ.

? ยาราคาแพงบางรายการที่มีสิทธิบัตร เช่น ยาต้านไวรัสเอชไอวี จะใช้กระบวนการบังคับใช้สิทธิ
(Compulsory license: CL) เพื่อให้ได้ยาราคาที่ถูกลง ซึ่งต้องดำเนินการโดยหน่วยงานกลางของรัฐระดับประเทศ

? เพราะฉะนั้น การบริหารโดยการจัดหาในภาพรวมของประเทศ (Central procurement) จึงมีอำนาจในการต่อรองสูง เนื่องจากมีการประกันปริมาณขั้นต่ำ และวงเงินจัดจัดซื้อซื้อแน่นอน สามารถลดภาระงบประมาณหรือควบคุม/ประหยัดงบประมาณได้ และเพิ่มการเข้าถึงยาจำเป็น

? ตัวอย่างยาจำเป็นที่มีราคาแพง เช่น
1. ยาฉีดอิมมูโนโกลบูลลิน (IVIG) ใช้รักษาโรคคาวาซากิระยะเฉียบพลัน โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องปฐมภูมิ หรือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดร้ายระยะวิกฤต
2. ยาฉีด Docetaxel (โด-ซี-แท๊ก-เซล) ใช้รักษาโรคมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้นหรือลุกลาม ที่มีปัญหาโรคหัวใจ มะเร็งต่อมลูกหมากระยะแพร่กระจาย เป็นต้น
? ขณะเดียวกัน คณะกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ (NLED) ยังได้กำหนดให้เป็นบทบาทของกองทุนสุขภาพ (กองทุนสวัสดิการข้าราชการ, กองทุนประกันสังคม และกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ที่ต้องกำหนดกลไกหรือดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงยาที่จำเป็น โดยเฉพาะยาบัญชี จ (2) อีกด้วย

ตอนต่อไปจะชี้แจงเรื่องวิธีการจัดหา

ทั้งนี้ขออนุญาตไม่รวมไว้เป็นตอนเดียวกัน เนื่องจากมีผู้ท้วงติงมาว่า จะทำให้เนื้อหายาวเกิน

ผู้สนใจสืบค้นข้อมูลได้ที่ มติคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในมติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องยาและเวชภัณฑ์ http://www.nhso.go.th/FrontEnd/page-contentdetail.aspx?CatID=MTAxMw==

และที่ รายงานประจำปี http://www.nhso.go.th/FrontEnd/page-about_result.aspx

รวมถึง ค้นหาได้ที่มติคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับผลการดำเนินงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในแต่ละปี http://www.cabinet.soc.go.th/soc/Program2-1.jsp?menu=1
: 2017-03-07

Hot news

This site is best viewed using Firefox!